แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ดู่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ดู่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประวัติ เหรียญดวง หลวงปู่ดู่ วิธีใช้เหรียญดวงและพระผงดวง

ประวัติ เหรียญดวง หลวงปู่ดู่ วิธีใช้เหรียญดวงและพระผงดวง

 

ในบรรดาลูกศิษย์หลวงปู่ใคร ๆ ก็รู้ว่ายายอิ้งเป็นหนึ่งในจำนวนศิษย์ที่มีสมาธิละเอียดและแก่กล้าคนหนึ่งเหมือนกัน ลูกศิษย์ที่ปฏิบัติถึงขึ้นแล้วล้วนรู้ดีว่าป้าอิ้งจิตของแกดีสามาหรถกำหนดไปดูได้ทั้งนรกและสวรรคื เคยมีคนไม่น้อยที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป บ้างก็เป็นพ่อแม่พึ่น้องตลอดไปถึงลูกหลาน ญาติที่ยังมีชีวิตบางคนก็เป็นห่วงญาติของตนที่ตายป จะไปดีหรือไปร้ายเพียงใด คนที่รู้จักหลวงปู่ดู่ แห่งวัดสะแก จะรู้ว่าท่านเป็นพระกัมมัฏฐาน คนที่เป็นห่วงญาติที่ว่ตายไปแล้วมักเดินทางไปขอความเมตตาจากหลวงปู่อยู่เสมอ ถ้ามีใครเรียนถามท่านว่าญาติของตนที่ตายไปแล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลวงปู่ท่านก็จะหันไปทางป้าอิ้ง และบอกว่า ว่ายังไงยายอิ้ง ป้าอิ้งก็จะกำหนดจิตดูให้ เป็นที่รู้กันดีว่าลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ที่เก่งแบบป้าอิ้งบางคนยังเรียกว่าเก่งกว่าป้าอิ้งยังมีอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน ผู้เขียนต้องขอโทษได้เล่าข้ามไปตอนหนึ่ง ป้าอิ้งบอกว่าหลวงปู่ท่านได้อธิบายถึงคำว่ามหาจักรพรรดิให้ฟังว่า เจ้าแผ่นดินทุกแผ่นดินถึงจะเป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง แต่ก็จะเป็นได้เพียงจักรพรรดิ แต่มหาจักรพรรดิ จะเป็นใหญ่อยู่เหนือจักรพรรดิทั้งหมด ผงมหาจักรพรรดิถือว่าได้เป็นผงที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มิฉะนั้นท่านจึงใช้ผงมหาจักรพรรดิมาสร้างเป็นพระเพราะรักและเป็นห่วงลูกศิษย์และคนทั่วไปที่ศรัทธาในองค์ท่าน หลวงปู่บอกว่า ข้ากลัวสู้เขาไม่ได้พระผงที่ข้าสร้างจึงต้องใช้ผงมหาจักรพรรดิข้าเสกและอธิษฐานจิตให้พระที่ข้าสร้างนั้นไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน

ป้าอิ้งยังบอกต่ออีกว่าหลวงปู่บอกว่าเหรียญและพระผงดวงนี้ อีกหน่อยจะมีค่ามาก คนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นถึงจะได้ครอบครองหลวงปู่ท่านบอกให้ป้าอิ้งจำไว้ว่า

วิธีใช้เหรียญดวงและพระผงดวง เหรียญดวง 
ให้ตั้ง นะโมสามจบ แล้วภาวนาว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” พระผงดวง ตั้งนะโมสามจบ ภาวนาบทมหาจักรพรรดิ “นโมพุทธายะ พระพุทธะไตรรัตนญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะสุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ”

ถ้าจะให้ได้ผลเต็มที่ต้องภาวไตรสรณคมณ์ และบทมหาจักรพรรดิตามกำลังวันทุกวัน เหรีญและพระผงดวงนี้จึงจะเกิดพุทธานุภาพโดยไม่มีประมาณ ที่เรียกว่า ดวงเหนือดวง พลังเหนือพลัง

เหรียญและพระผงดวงนี้ เป็นพระที่หลวงปู่ท่านรักมาก ท่านเก็บไว้ในห้องของท่านและปลุกเสกเป็นเวลานาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึงปี 2533 รวมทั้งหมด 8 พรรษา

หลังจากที่หลวงปู่มรณภาพไปแล้ว วาจาศักดิ์สิทธิ์ของท่านก็เป็นจริงดังที่ท่านได้กล่าเอาไว้ว่า จะมีผู้มีบุญซึ่งเคยร่วมบุญกับหลวงปู่มา ได้รับเลี้ยงดูแลลุงแกละและป้าอิ้งจนแกทั้งสองตายไป ระยะเวลาเลี้ยงดูคนทั้งสอง คือ ป้าอิ้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 จนถึง พ.ศ. 2540 ส่วนลุงแกละตั้งแต่ปีพ.ศ. 2533 จนถึงพ.ศ. 2547

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การแขวนพระของหลวงปู่ดู่

การแขวนพระของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก  เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองสูงสุด น่าจะ


แขวนเพื่อน้อมจิต ดึงจิตระลึกไปในพระพุทธคุณ (คุณของพระพุทธเจ้า) , พระธรรมคุณ (ซาบซึ้งในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ทุกๆข้อ และ พระสังฆคุณ (คุณแห่งพระอริยสงฆ์เจ้าทุกๆองค์อาจารย์ที่เราเคารพนับถือ) รวมถึงการพยายามหลีกเลี่ยงการกระทำบาปทั้งปวงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ด้วยละอายต่อพระที่เราสวมใส่ในคอตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงในสถานที่อโคจร เป็นต้น

เมื่อแขวนพระเป็นสื่อล่อให้ใจเข้าหาพระไตรสรณคมณ์เป็นอารมณ์ จิตน้อมไปในพรหมวิหารธรรม 4 คือ ดำรงจิตให้อยู่ในกรอบแห่งความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เป็นอารมณ์ พยายามรักษาไว้ให้เป็นสิ่งปกติประจำตัวเรา

เช่นนี้แล้ว..ผู้ได้ชื่อว่า จิตที่พยายามดำรงให้อยู่ในพรหมวิหารธรรมเป็นนิจ จิตย่อมสบายขึ้น เบาขึ้น ดิ้นร้นทุรนทุรายน้องลง ลดการไขว่คว้าอะไรจนเกินเหตุ จิตเบาๆ..กลางๆ..สบายๆ...

พระพุทธคุณเกิดตรงนี้..ไม่ได้เกิดที่ตัววัตถุอิฐ หิน ปูน ทราย แต่เกิดที่จิตของเรานี้เอง ...

จำคำครูบาอาจารย์ท่านขึ้นมาพูดว่า 

" ผู้ที่ใส่พระ ถ้าเขาใส่อย่างถูกวิธี คุณวิเศษต่างๆย่อมเกิดขึ้นแก่เขาเองในทุกๆด้าน แม้นเทวดาท่านก็รับรู้ โดยไม่ต้องบ่นบานศาลกล่าว ท่องบ่นสาธยาย จุดธูปจุดเทียนขอร้องท่านใดๆ จิตที่มีไตรสรณคมณ์เป็นอารมณ์ จิตที่ขาวสะอาดมีพรหมวิหารธรรมเป็นอารมณ์ เช่นนี้แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เทวดาต่างๆ ท่านรับรู้ แม้เพียงเรานึกเฉยๆ ท่านก็รู้แล้ว ท่านช่วยแล้ว แต่แขวนพระแล้วจิตดำๆ มืดๆ พระท่าน เทวดาท่านจะเข้าไปถึงจิตเราได้อย่างเรา ท่านจะช่วยเราได้อยางไร ท่านช่วยไม่ได้หรอก ท่านไม่ได้ยินที่เราพูดที่เราบนบานข้อร้องท่านหรอก จิตดำมืดซะขนาดนั้น มันสื่อกันไม่ได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านช่วยเพราะจิตมันนำ ไม่ใช่อิฐ หิน ปูน ทราย มันนำเข้าใจมั๊ย "

อีกตอนหนึ่งที่จำได้..

" ทำการค้าการขาย เขายังต้องลงทุน ลงแรงกันก่อน แขวนพระก็เช่นกัน แขวนแล้วต้องทำความดี แขวนแล้วต้องละอายต่อบาปทั้งปวง เอาท่านไปไหนมาไหนด้วยจะเอาท่านไปที่ไม่ดี ทำไม่ดีไม่งามต่างๆได้อย่างไร นั่น..จำไว้ มันต้องลงทุนกันก่อน แขวนแล้วต้องชำระล้างจิตใจตนเองให้ได้ก่อน ลงทุนลงแรงให้ท่านเห็นก่อน พิสูจน์ให้ท่านเห็นก่อน ว่าสะอาดแล้ว ขาวพอแล้ว คราวนี้แกไม่ต้องขออะไรท่านหรอก แค่นึกท่านก็รู้แล้ว ท่านเมตตาสงสาร ท่านช่วยแล้ว จิตแกขาวสะอาดเท่าไรท่านก็ได้ยินแกชัดขึ้น เห็นแกชัดขึ้นตามลำดับ.
บทความกระทู้จาก บอร์ด http://board.palungjit.org/